ทำไม ปวดท้องน้อยเริ่มตั้งครรภ์ ?

ทำไม ปวดท้องน้อยเริ่มตั้งครรภ์ ?
ทำไม ปวดท้องน้อยเริ่มตั้งครรภ์ ?

คุณแม่บางท่านอาจมีอาการ ปวดท้องน้อยเริ่มตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นสัญญาณแรกๆ ของการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจพบได้ในวันที่ 6-12 หลังไข่ได้รับการผสม ออาการดังกล่าวจะมีลักษณะคล้ายๆ กับอาการปวดประจำเดือน
และมีเลือดออกมาเช่นเดียวกับประจำเดือนเป๊ะๆ จนทำให้งบางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเลือดที่ออกมานั้นคือประจำเดือนนั่นเอง แต่แแท้จริงแล้วเลือดที่ออกมา เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อน หรือที่เรียกกันว่า “เลือดล้างหน้าเด็ก” แต่ต่างจากประจำเดือนคือจะมีปริมาณที่น้อยมาก 

จะรู้ได้อย่างไรว่า ปวดท้องน้อยเริ่มตั้งครรภ์ แล้วจริงๆ ?

หากคุณไม่แน่ใจว่าการ ปวดท้องน้อยเริ่มตั้งครรภ์ จริงหรือไม่นั้น แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาการ ปวดท้องน้อย สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  1. ระบบสืบพันธุ์ ได้แก่ อวัยวะอุ้งเชิงกรานต่างๆ เช่น มดลูก รังไข่ ปีกมดลูก เป็นต้น ซึ่งอวัยวะเหล่านี้อาจมีปัญหาก็ได้ จึงส่งผลให้ ปวดท้องน้อย ได้
  2. ปัญหาที่เกิดจากระบบทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้แปรปรวน กระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ เป็นต้น
  3. เกิดจากปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง นิ่วนไต ท่อไต หรือกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น
  4. ภาวะจิตใจ หากเครียดเกินไปก็สามารถปวดท้องได้

ทั้งนี้ ยังสามารถเช็คอาการต่างๆ ได้เพิ่มเติมด้วยตนเองโดยการสังเกตความผิดปกติ ถ้าประจำเดือนขาดหายไปมากกว่า 4-6 สัปดาห์  หรือประจำเดือนไม่มาตามกำหนด ร่วมกับเคยมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีการป้องกันไว้ก่อนล่วงหน้า หรือไม่เคยคุมกำเนิดมาก่อน ถือว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการ ตั้งครรภ์ ได้
และถ้าหากปวดเอว ปวดหลัง หรือว่ามีเลือดออกกระปริบกระปรอย หรือมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ อาจเป็นอาการเริ่มแรกของการ ตั้งครรภ์ 

วิธตรวจครรภ์

หากมีอาการ ปวดท้องน้อย และไม่แน่จว่าเป็นการ ปวดท้องน้อยเริ่มตั้งครรภ์ หรือไม่ ให้ลองตรวจปัสสาวะดูก่อน อาจจะพบแพทย์เพื่อตรวจ ทำเองโดยใช้ชุดทดสอบการ ตั้งครรภ์ ซึ่งมี 3 แบบด้วยกัน ดังนี้

  1. แบบแถบจุ่ม
    แบบแถบจุ่ม หรือ Test Strip ชุดทดสอบนี้จะประกอบไปด้วย แผ่นทดสอบการ ตั้งครรภ์ (แผ่นตรวจครรภ์) และ ถ้วยรองปัสสาวะ 
    วิธีตรวจ คือ ให้เราเก็บน้ำปัสสาวะลงไปในถ้วยรองปัสสาวะ จากนั้นนำแผ่นทดสอบการ ตั้งครรภ์ จุ่มลงไปในน้ำปัสสาวะ รอ 3 วินาที แล้วให้นำแผ่นทดสอบออกจากน้ำปัสสาวะ รออ่านผลการตั้งครรภ์หลังเวลา 1 – 5 นาที 
  2. แบบตลับ หรือแบบหยด
    แบบตลับ หรือ แบบหยด (Pregnancy Test Cassette) ประกอบไปด้วย ตลับทดสอบการตั้งครรภ์ , ถ้วยตวงปัสสาวะ และหลอดหยดสำหรับดูดน้ำปัสสาวะ
    วิธีการตรวจ ให้เก็บน้ำปัสสาวะลงในถ้วยตวง จากนั้นให้นำหลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะ หยดน้ำปัสสาวะลงบนตลับทดสอบประมาณ 3 – 4 หยด ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีจึงอ่านผลการทดสอบ
  3. แบบปัสสาวะผ่าน
    ชุดนี้จะมีแค่เพียงแท่งตรวจสอบการ ตั้งครรภ์ เท่านั้น
    วิธีใช้ คือ ให้ถอดฝาครอบออกพร้อมกับถือแท่งทดสอบโดยให้หัวลูกศรชี้ลง จากนั้นให้ปัสสาวะผ่านบริเวณที่ดูดซับน้ำปัสสาวะ จากนั้นวางแท่งทดสอบไว้ในแนวราบ รออ่านผลได้ตั้งแต่ประมาณ 30 วินาทีเป็นต้นไป เพื่อความแน่นอน แนะนำว่าให้รอเวลาประมาณ 3 – 5 นาที จะเห็นผลได้ชัดเจนมากที่สุด
ถ้าผลออกมาไม่มีการ ตั้งครรภ์ อาจรอไปอีก 1 สัปดาห์ก่อน แต่ถ้าประจำเดือนยังไม่มา อาจลองตรวจปัสสาวะซ้ำ  หาก ปวดท้องน้อย มากขึ้นๆ แนะนำให้ตรวจภายนกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 

บทความอื่นๆ

ติดตามเว็บไซต์ดีๆ