คุณแม่อุ้มท้องกับการ ฝากครรภ์

คุณแม่อุ้มท้องกับการ ฝากครรภ์
คุณแม่อุ้มท้องกับการ ฝากครรภ์

เมื่อถึงเวลาที่คุณแม่ควร ฝากครรภ์ รู้หรือไม่ว่าควรฝากก่อนอายุครรภ์ 3 เดือน เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะสร้างอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญการป่วยไข้ การกินยา จะมีผลต่อลูกในครรภ์ได้

เตรียมตัวอย่างไรในการ ฝากครรภ์

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการ ฝากครรภ์ ได้แก่

  1. เอกสารสำหรับฝากครรภ์ คือ บัตรประจำตัวประชาชน เผื่อไว้สำหรับทำประวัติที่โรงพยาบาล
  2. ประวัติทัวไปของแม่ ได้แก่
    – ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ ว่ามีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่
    ประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาเมื่อไหร่
    – ประวัติการคุมกำเนิด
    – อาการแพ้ท้อง หากคุณมีอาการแพ้ควรเล่าอาการเหล่านั้นให้คุณหมอฟัง
    – ประวัติการเจ็บป่วยของแม่และคนในครอบครัว
    – ประวัติการฉีดวัคซีน
    – ประวัติการใช้ยา
    – ประวัติการแพ้ยา
    – ประวัติอุบัติเหตุ
    – ประวัติการผ่าตัด

ต่อมา ให้เตรียมคำถามเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติหลังจาก ฝากท้อง อาจจะถามดังนี้

  1. ครบรอบกำหนดคลอดคือเมื่อไหร่?
  2. ควรกินอะไร หรือ ห้ามกินอะไรบ้าง?
  3. ยาชนิดใดอันตรายต่อเด็กในครรภ์และควรรับประทานยาชนิดไหนเพื่อเป็นการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเด็ก
  4. มีสวัสดิการหรือสิทธิอะไรบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อคุณแม่เมื่อมาคลอดที่โรงพยาบาลหรือมาตรวจที่โรงพยาบาลนี้?
  5. ถ้าจะคลอดควรคลอดเองหรือผ่าตัดดี? 

เมื่อมาถึงที่ฝากคุณหมอจะตรวจร่างกายแม่ ดังนี้

  1. ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงค่ะคุณแม่มีส่วนสูงน้อยกว่า 145 เซนติเมตรจะมีเส้นกลางเล็กขนาดของลูกในครรภ์กับเชิงกลางไม่ได้สัดส่วนการทำให้คลอดเองลำบากคุณหมอก็จะแนะนำ ให้ผ่าตัด
  2. ตรวจปัสสาวะหากปัสสาวะของแม่มีสีน้ำตาลจะแสดงว่าคุณแม่มีโรคเบาหวานต้องทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจเบาหวานต่อไป
  3. วัดความดันโลหิตของแม่หากมีความดันโลหิตสูงผิดปกติอาจจะอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่า ครรภ์เป็นพิษแต่หากโลหิตต่ำก็ไม่มีปัญหาอะไร
  4. ตรวจสุขภาพช่องปาก หากพบว่าฟันของแม่ผุต้องรีบอุดโดยทันที เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรังอาจจะส่งผลถึงอวัยวะต่างๆ ที่ทำให้อักเสบตามไปด้วย
  5. ตรวจต่อมไทรอยด์ของแม่ผู้หญิงมีครรภ์โดยปกติจะมีต่อมไทรอยด์ที่โต แต่หากพบว่าโตมากกว่าปกติ แสดงว่าไทรอยด์เป็นพิษได้
  6. ฟังเสียงหัวใจและปอดหากพบว่าผิดปกติคุณหมอจะทำการให้คำปรึกษาและวินิจฉัยต่อไป

แม่จะได้อะไรหลังฝากแล้ว

หลังจากที่คุณหมอทำการซักประวัติและตรวจร่างกายคุณแม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลตรวจต่างๆ จะถูกบันทึกลงในสมุด ฝากครรภ์ หรือใบ ฝากท้อง นั่นเอง ข้อแนะนำ คุณแม่ควรพก เอกสารสำหรับฝากครรภ์ เพราะในทุกๆ ครั้งที่ต้องอยู่ในภาวะฉุกเฉิน ต้องลงบันทึก สถานการณ์ต่างๆ และเพื่อเป็นความสะดวกในการดูแลรักษาครรภ์ต่อไป

บทความอื่นๆ

ติดตามเว็บไซต์ดีๆ