จัดการปัญหาลูกชอบโกหก ทำอย่างไรให้เขาพูดแต่ความจริง

 พ่อแม่หลายคนคงส่ายหน้าเมื่อเจอกับปัญหาลูกชอบโกหก และคุณอาจคิดว่าปัญหานี้ยากเกินจะแก้ แต่การจะปล่อยให้ลูกพูดโกหกจนติดเป็นนิสัย นอกจากจะทำให้เด็กไม่น่ารักแล้ว ก็ยังทำให้เขาพัฒนาการจาก “การโกหก” เป็น “การคดโกง” หรือ “การลักขโมย” ในอนาคต ซึ่งถ้าคุณรีบแก้ไขเสียแต่ตอนนี้ โอกาสที่เด็กจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้เด็กกลับมาพูดแต่ความจริง เลิกนิสัยชอบโกหก ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป

พ่อแม่อาจสงสัยว่าทำไมลูกชอบโกหกเหลือเกิน ปัญหานี้อาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น

เด็กไม่รู้สึกดีกับตัวเอง

เด็กที่ชอบโกหกหลายคนมักจะซ่อนอารมณ์ที่แท้จริงเอาไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เด็กจะไม่ได้รู้สึกดีกับตัวเองนัก เด็กจึงสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อให้เขาดูดี โดยเฉพาะเด็กที่พูดจนเกินจริงหรือโอเวอร์มาก ๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ และพ่อแม่บางคนก็กลับมองว่าน่ารักดี ดูเป็นเด็กที่มีจินตนาการสูง แต่บางครั้งพ่อแม่ก็ต้องแยกแยะให้ออกว่า ระหว่างคำพูดที่เกินจริงแบบพูดเล่น ๆ กับพูดแล้วส่อไปในทางที่ทำให้เกิดความเสียหาย เส้นกั้นนั้นมันก็มีแตกต่างกันมาก

เด็กต้องการสิ่งที่กำลังโกหก

          เด็กบางคนพูดโกหกว่าเมื่อวานคุณน้าพาเขาไปสวนสัตว์มา แต่คุณรู้ทันทีว่าเขาโกหกเพราะคุณน้าอยู่ต่างประเทศ ซึ่งการที่เด็กพูดแบบนี้ก็เป็นเพราะว่า เขาต้องการจะไปสวนสัตว์จริง ๆ และความอยากนั้นก็ทำให้เขาพูดออกมาจนดูเหมือนเด็กชอบโกหก ดังนั้นถ้าสิ่งที่ลูกต้องการไม่ได้มากจนเกินไป คุณก็อาจบอกเขาว่าคุณจะทำให้เขาเอง แต่คุณก็ควรสอนเขาด้วยว่า สิ่งที่เขาพูดไปไม่ได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เพียงแต่เป็นสิ่งที่ลูกต้องการเท่านั้น ดังนั้นถ้าลูกต้องการอะไรอีกก็ลองมาปรึกษาพ่อแม่ได้

เด็กกลัวการลงโทษ

          สิ่งที่เด็ก ๆ มักกลัวที่สุดก็คือการถูกลงโทษ ดังนั้นเขาจึงเลือกการโกหก เพื่อให้ตนเองพ้นผิด เช่น เมื่อเขาทำแก้วแตกก็โกหกโดยการโยนความผิดให้น้องหมาไปเสีย และเมื่อเขาทำบ่อย ๆ แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร เขาก็จะจดจำว่าวิธีนี้ใช้แล้วได้ผล จากนั้นเขาก็จะโกหกแม้แต่เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องโกหกก็ได้

ลูกชอบโกหกเหมือนคุณหรือไม่

          จะว่าไปแล้วการที่ลูกชอบโกหกก็ถือเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่เขาได้มาจากการเรียนรู้ โดยเฉพาะจากพ่อแม่ ซึ่งบางครั้งคุณก็เผลอโกหกต่อหน้าลูก ทำให้ลูกเรียนรู้พฤติกรรมชอบโกหกจากคุณ เช่น เมื่อเจ้านายโทรมาถามว่าออกจากบ้านหรือยัง คุณก็โกหกว่าใกล้ถึงที่ทำงานแล้ว ทั้ง ๆ ที่คุณยังนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้านกับลูก หรือการที่คุณคุยโทรศัพท์กับคนอื่นแล้วพูดจาชมเชยเขาเสียมากมาย แต่พอวางสายคุณก็นินทาเขา เด็กก็จะสังเกตสิ่งที่คุณทำและจดจำไปโดยอัตโนมัติ  ดังนั้นหากคุณไม่รู้จักหาวิธีแก้นิสัยการโกหกของตนเอง การหวังจะให้เด็กเลิกพูดโกหกก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย

สอนให้ลูก “เลิก” โกหกเพื่อ “เลี่ยง” ความผิด

          สาเหตุหลักที่ทำให้ลูกชอบโกหก หรือเด็กติดนิสัยชอบโกหกก็คือ เด็กโกหกเพื่อเลี่ยงความผิด การสอนลูกไม่ให้โกหกเพื่อปกปิดความผิดจึงเป็นสิ่งที่คุณสมควรทำยิ่ง ดังนั้นคุณควรบอกเขาว่า “ความผิด” ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ไม่ว่าใครก็เคยทำผิดพลาดทั้งนั้น ลูกอายุยังน้อย ยังต้องมีเรื่องที่ไม่รู้ไม่เข้าใจอีกมาก การทำผิดจะช่วยสอนให้ลูกเก่งขึ้นโตขึ้น

แต่เมื่อลูกทำผิดแล้วเลือกที่จะโกหกเพื่อให้รอดตัวแบบนี้ ลูกก็จะต้องทนอยู่กับความรู้สึกผิด น่าอึดอัดใจ และคอยผวาตลอดเวลาว่าจะถูกจับได้ แต่ถ้าลูกยืดอกยอมรับว่าตนทำผิด อย่างน้อยก็จะได้รับการอภัย และจะมีแต่คนอยากช่วยเหลือลูกทั้งนั้น

7 เทคนิคสอนให้ลูกพูดความจริง

เทคนิคเปลี่ยนลูกชอบโกหกให้พูดความจริง สามารถทำได้ ดังนี้

  1. สอนลูกไม่ให้โกหกทำได้ง่าย ๆ คือบอกลูกว่าคนดีคนเก่ง เมื่อทำผิดแล้วก็ต้องรู้จักรับผิดชอบ หากทำผิดแล้วโกหก ไม่รู้สึกผิด ไม่แก้ไขปรับปรุง ก็จะทำให้โตมากลายเป็นผู้ใหญ่ที่โตแต่ตัว และหนูคงไม่อยากเป็นแบบนั้นใช่ไหม
  2. เด็กติดนิสัยชอบโกหกเพราะเขากลัวว่าพ่อแม่จะโกรธ ดังนั้นบอกเด็กว่าถ้าหนูพูดความจริง พ่อแม่ย่อมรับฟังหนูเสมอ
  3. บอกลูกว่าเมื่อลูกต้องการสิ่งใดอย่าโกหก ให้พูดกับพ่อแม่ตรง ๆ แม้ว่าพ่อแม่อาจจะยังทำให้ไม่ได้ทันที แต่ตอนนี้ก็ได้รู้แล้วว่าลูกคิดหรือต้องการอย่างไร และบางเรื่องคุณก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลย การพูดถึงสิ่งที่เขาต้องการจึงช่วยเปิดใจให้ทั้งลูกและตัวคุณ
  4. พ่อแม่ไม่ควรพูดคำว่า “อย่าโกหก” แต่ควรเลี่ยงไปใช้คำว่า “บอกมาเถอะ” หรือ “พูดตรง ๆ ได้นะ” เพราะหากพ่อแม่ไปจี้ว่าเด็กโกหก เขาก็จะรู้สึกต่อต้านทันที
  5. แม้ว่าใจจริงคุณจะไม่มั่นใจในตัวลูก หรือเกิดความระแวงลูก แต่บางครั้งคุณก็ต้องฝึกให้เขาทำอะไรด้วยตนเองบ้าง หรือปล่อยเขาได้ตัดสินใจเองด้วย ซึ่งการให้อิสระในบางเรื่อง จะทำให้เด็กไม่อึดอัดจนเกินไป และไม่บีบให้เขาต้องโกหกด้วย
  6. พ่อแม่ควรบอกลูกว่าแม้เรื่องที่เขากำลังปกปิดหรือโกหกอยู่ร้ายแรงสักเพียงใด และเขาเกรงว่าคุณจะไม่มีทางให้อภัยเขาอีก ก็ขอให้คุณบอกเขาตรง ๆ ว่าไม่ว่าลูกจะทำความผิดใหญ่หลวงสักเพียงใด แต่คนเป็นพ่อแม่นั้นย่อมเข้าใจและพร้อมให้อภัยลูกเสมอ ที่สำคัญคือพ่อแม่จะช่วยบรรเทาเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็กได้ ดังนั้นไม่มีเรื่องไหนใหญ่เกินแก้หากเรื่องนั้นเกิดขึ้นกับลูก
  7. สิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยป้องกันไม่ให้ลูกติดนิสัยชอบโกหกก็คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ย่อมทำให้เขาไม่รู้สึกขาดความรัก จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องโกหกพ่อแม่ และพ่อแม่จะเป็นคนที่เขาสามารถคุยได้ทุกเรื่อง

 

          โดยธรรมชาติแล้วเด็กไม่ได้เกิดมาพร้อมนิสัยชอบโกหก แต่ด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ก็อาจทำให้เด็กเลือกวิธีแก้ไขแบบผิด ๆ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นผู้ชี้ทางให้เขา ได้รู้จักเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดก็คือพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก เมื่อคุณไม่โกหกลูก ไม่โกหกคนรอบข้าง เขาก็จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม และเรียนรู้สิ่งที่ถูกต้องอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งการสอนแบบไม่ได้สอนนี่แหละ ที่ได้ผลดีเสียยิ่งกว่าการพร่ำสอนจนปากเปียกปากแฉะแน่นอน

 

ติดตามเว็บไซต์ดีๆ